มุกดาหาร -อุกอาจกลางโขง! ขบวนการผลไม้เถื่อนส่งเรือคุ้มกันสกัด นรข. เพื่อช่วยคนขับหนีข้ามแดน ยึดอะโวคาโดเถื่อน 3.7 ตัน พร้อมเรือเหล็กติดเครื่องยนต์ที่ใช้ลำเลียง "เผยขบวนการไม่เข็ด" ทั้งที่พึ่งถูกยึด 2.4 ตัน โยงเครือข่ายนำเข้าจากเวียดนาม เตือนผู้บริโภคเสี่ยงอันตรายสารปนเปื้อน
เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2569 นาวาโทโอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำเข้าพืชผลทางการเกษตรจากฝั่งนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามายังพื้นที่ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหารภายหลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่สถานีเรือมุกดาหารได้บูรณาการกำลังร่วมกับกองร้อยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 2103 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 วางกำลังเฝ้าตรวจและลาดตระเวนทั้งทางบกและทางน้ำบริเวณพื้นที่เป้าหมายตามแนวชายแดนริมแม่น้ำโขงกระทั่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านบางทรายใหญ่ ตำบลบางทรายใหญ่ พบเรือเหล็กขนาดใหญ่ติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว ก่อนเข้าจอดบริเวณริมตลิ่ง จากนั้นได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 20 คน วิ่งกรูเข้ามาช่วยกันขนย้ายลังสินค้าจากภายในเรือขึ้นมาบนฝั่งอย่างเร่งรีบเมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ กลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังขนถ่ายสินค้าได้อาศัยความมืดและความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไปคนละทิศละทาง ขณะที่คนขับเรือได้เร่งเครื่องยนต์พยายามหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ โดยมุ่งหน้ากลับไปยังฝั่งนครไกสอนพมวิหาน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาวเจ้าหน้าที่สถานีเรือมุกดาหารจึงนำเรือตรวจการณ์ความเร็วสูงออกติดตามและพยายามเข้าสกัดจับกุมกลางลำน้ำโขง แต่ระหว่างการไล่ล่า ปรากฏว่ามีเรืออีก 2 ลำ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเรือคุ้มกันของขบวนการ แล่นเข้ามาขวางเส้นทางและสกัดกั้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถเข้าประชิดเรือต้องสงสัยได้ทันจากนั้นกลุ่มผู้ร่วมขบวนการได้ช่วยนำตัวคนขับเรือขนอะโวคาโดขึ้นไปยังเรือคุ้มกันอีกลำ ก่อนเร่งเครื่องหลบหนีกลับไปยังฝั่ง สปป.ลาว ได้สำเร็จ ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเรือเหล็กที่ใช้ในการลำเลียงสินค้าไว้ได้จากการตรวจสอบภายในเรือและบริเวณริมตลิ่ง พบอะโวคาโดบรรจุลังจำนวน 150 ลัง น้ำหนักรวมประมาณ 3,700 กิโลกรัม ถูกทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้ทั้งหมด เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีลักษณะต้องสงสัยว่าลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร อันเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า อะโวคาโดที่ตรวจยึดได้มีลักษณะตรงกับอะโวคาโดพันธุ์ 034 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีการเพาะปลูกเป็นจำนวนมากในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และเชื่อว่าถูกลำเลียงผ่านประเทศเพื่อนบ้านก่อนส่งต่อเข้ามายังประเทศไทยทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ นรข.มุกดาหาร ร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ได้ตรวจยึดอะโวคาโดสายพันธุ์เดียวกันที่ลักลอบนำเข้ามาโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากรในพื้นที่อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร จำนวน 120 ลัง น้ำหนักประมาณ 2,400 กิโลกรัม ทำให้ในช่วงเวลาเพียง 4 วัน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดอะโวคาโดเถื่อนได้รวมกว่า 6 ตันภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้สถานีเรือมุกดาหารเพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการ ผู้ขนย้ายสินค้า และนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรข้ามชาติรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายนอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้แจ้งเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการบริโภคผลไม้หรือสินค้าเกษตรที่ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากไม่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมวิชาการเกษตร จึงอาจมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารเคมีตกค้าง ยาฆ่าแมลง หรือสารกันเชื้อราเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้ภาพ/ข่าว อรรครัตน์-เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน#อะโวคาโดเถื่อน #นรขมุกดาหาร #นรขเขตนครพนม #มุกดาหาร #แม่น้ำโขง #ชายแดนไทยลาว #ลักลอบนำเข้า #ผลไม้เถื่อน #เรือคุ้มกัน #ไล่ล่ากลางโขง #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวมุกดาหาร #ทหารพราน2103 #ศุลกากร #สินค้าเกษตรเถื่อน #ปราบปรามการลักลอบนำเข้า #MukdahanNews #ข่าววันนี้ #เวียดนาม034 #เตือนภัยผู้บริโภค #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #CIAThailand #สำนักข่าวCIAประเทศไทย


