โครงการไทยช่วยไทยวันแรกคึกคัก ชาวนครสวรรค์แห่ใช้สิทธิตั้งแต่เช้า บางรายตระเวนซื้อของตั้งแต่ 06.00 น.
บรรยากาศการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส หรือ “คนละครึ่ง” วันแรกในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากทยอยออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ โดยเฉพาะที่ตลาดสดบ่อนไก่ เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ ซึ่งมีประชาชนเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าและใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 06.00 น.นางสาววิกานดา ทศกร ชาวจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ตนได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยอีกครั้งและรู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมโครงการ จึงออกมาตระเวนซื้อของใช้ที่จำเป็นตั้งแต่ช่วงเปิดให้ใช้สิทธิในตอนเช้า โดยสามารถใช้สิทธิได้อย่างราบรื่น ไม่พบปัญหาในการใช้งานแต่อย่างใดสำหรับการใช้จ่ายในวันนี้ ตนซื้อสินค้ารวมมูลค่า 200 บาท โดยภาครัฐสนับสนุน 120 บาท ทำให้จ่ายเงินจริงเพียง 80 บาทเท่านั้น พร้อมมองว่าโครงการไทยช่วยไทยครั้งนี้เป็นนโยบายที่ดี ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนขณะที่นางสาวรมย์ลัดดา ตั้งประดิษฐ์ เจ้าของร้านโชห่วยแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าและใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยอย่างต่อเนื่อง แม้บรรยากาศจะยังไม่คึกคักเท่ากับโครงการคนละครึ่งในรอบก่อน ๆ แต่เชื่อว่าเป็นเพราะยังเป็นวันแรกของการเปิดใช้สิทธิ ประชาชนบางส่วนอาจยังอยู่ระหว่างการเตรียมตัวหรือศึกษารายละเอียดการใช้งาน เนื่องจากบางคนยังไม่ค่อยเข้าใจหลักเกณฑ์และการจ่ายเงินอย่างไรก็ตาม โครงการได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีทั้งนี้ ตลอดทั้งวันยังคงมีประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ร้านค้าหลายแห่งในจังหวัดนครสวรรค์ได้เตรียมความพร้อมรองรับผู้ใช้สิทธิ เพื่ออำนวยความสะดวกและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในจังหวัดให้คึกคักมากยิ่งขึ้นบรรยากาศการใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส หรือ “คนละครึ่ง” วันแรกในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์เป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากทยอยออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ โดยเฉพาะที่ตลาดสดบ่อนไก่ เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ ซึ่งมีประชาชนเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าและใช้สิทธิกันอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 06.00 น.นางสาววิกานดา ทศกร ชาวจังหวัดนครสวรรค์ เปิดเผยว่า ตนได้รับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยอีกครั้งและรู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมโครงการ จึงออกมาตระเวนซื้อของใช้ที่จำเป็นตั้งแต่ช่วงเปิดให้ใช้สิทธิในตอนเช้า โดยสามารถใช้สิทธิได้อย่างราบรื่น ไม่พบปัญหาในการใช้งานแต่อย่างใดสำหรับการใช้จ่ายในวันนี้ ตนซื้อสินค้ารวมมูลค่า 200 บาท โดยภาครัฐสนับสนุน 120 บาท ทำให้จ่ายเงินจริงเพียง 80 บาทเท่านั้น พร้อมมองว่าโครงการไทยช่วยไทยครั้งนี้เป็นนโยบายที่ดี ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนขณะที่นางสาวรมย์ลัดดา ตั้งประดิษฐ์ เจ้าของร้านโชห่วยแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าและใช้สิทธิโครงการไทยช่วยไทยอย่างต่อเนื่อง แม้บรรยากาศจะยังไม่คึกคักเท่ากับโครงการคนละครึ่งในรอบก่อน ๆ แต่เชื่อว่าเป็นเพราะยังเป็นวันแรกของการเปิดใช้สิทธิ ประชาชนบางส่วนอาจยังอยู่ระหว่างการเตรียมตัวหรือศึกษารายละเอียดการใช้งาน เนื่องจากบางคนยังไม่ค่อยเข้าใจหลักเกณฑ์และการจ่ายเงินอย่างไรก็ตาม โครงการได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีทั้งนี้ ตลอดทั้งวันยังคงมีประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ร้านค้าหลายแห่งในจังหวัดนครสวรรค์ได้เตรียมความพร้อมรองรับผู้ใช้สิทธิ เพื่ออำนวยความสะดวกและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในจังหวัดให้คึกคักมากยิ่งขึ้น


