สยอง!เสียหลักอัดป้ายบอกทางช่องทางด่วนพระราม 2 เสียชีวิต  2 ศพ..




วันที่ 2 ต.ค.64 เวลาประมาณ 19.30 น.ผู้รายงานว่า พ.ต.ท.อำนาจ กำพล สารวัตรเวร สภ.เมืองสมุสื่อข่าวทรสาคร พร้อมด้วย ร.ต.ท.เสน่ห์ นุชนุ่ม รอง สว.ส.ทล.1 กก.2 และเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุบนช่องทางด่วน ถนนพระราม 2 ขาออก ประมาณ กม. 29+200 ด้านหลังโรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 


 ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีขาว 4 ประตู ทะเบียน 1 ขฎ 7049 กรุงเทพ สภาพพังยับเยินคาอยู่บริเวณร่องน้ำ ระหว่างช่องทางด่วนและคู่ขนาน ด้านข้างรถอัดก็อบปี้กับโครงเหล็ก ของป้ายบอกทางขนาดใหญ่ ซึ่งหลุดออกจากฐานปูนด้วยแรงกระแทก เป็นหวาดเสียวว่าจะเกิดล้มลงมาได้ เจ้าหน้าที่ต้องปิดช่องทางจราจรบางส่วน พร้อมกันผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกไปจากพื้นที่ 


 ใกล้กับจุดเกิดเหตุบนถนนคู่ขนาน พบเศษปูนจากฐานป้ายบอกทาง และชิ้นส่วนของรถยนต์กระบะกระจายเต็มถนน และยังพบป้ายจราจรขนาดเล็กที่ปักอยู่บนช่องทางด่วนกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร 


 ตรวจสอบภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชายทราบชื่อตามบัตรประจำตัวประชาชนและใบขับขี่ชื่อ นายภุชงค์ สังข์ขาว อายุ 34 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน เลขที่ 92 หมู่ 6 ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร สภาพศพถูกอัดคาพวงมาลัยที่นั่งคนขับ สวมเสื้อแขนสั้น สีเขียว กางเกงขาสั้น  เจ เจ  ลายทาง น้ำเงิน- ขาวส่วนผู้เสียชีวิตอีกรายเป็นหญิง ไม่ทราบชื่อ รูปร่างอ้วน อายุ 30 ปีเศษ สภาพศพนอนเสียชีวิตในลักษณะคว่ำหน้าขาชี้มาทางหน้ารถ ลำตัวศรีษะพุ่งไปอยู่เบาะหลัง สวมเสื้อยืดแขนสั้น สีดำ กางเกงขาสั้น สีดำ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากรถนำไปบันทึก ถ่ายรูปพิมพ์ลายนิ้วมือโรงพยาบาลสมุทรสาคร ก่อนส่งสถาบันนิติเวช เพื่อประสานรอญาติมาติดต่อรับศพ 


 สอบถาม ร.ต.ท.เสน่ห์ นุชนุ่ม เล่าว่า ตนได้รับแจ้งเหตุประมาณ 19.30 น.เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบผู้ที่อยู่ในรถเสียชีวิตทั้งคู่ ส่วนสาเหตุคาดว่ารถยนต์กระบะคันดังกล่าวน่าจะขับมาด้วยความเร็ว และเกิดเสียหลักหมุนไปฟาดกับโครงเหล็กป้ายบอกทางจนพังหักหลุดออกจากฐานปูน เพราะเห็นรอยไถลบนพื้นถนนชัดเจน ส่วนป้ายบอกทางที่พังเสียได้ประสานไปยังแขวงทางหลวงสมุทรสาคร ให้มาดำเนินการรื้อถอนภายในคืนนี้เพื่อป้องกันเหตุจากป้ายที่อาจล้มลงมาได้ เนื่องจากโครงเหล็กที่เป็นขาตั้งเหลือเพียงข้างเดียว


   ชลัช คมไสยว /รายงานจาก สมุทรสาคร







ขับเคลื่อนโดย Blogger.