รอง ผบก.กองร้องทุกข์ เปิดหน้าชน “บิ๊กโจ๊ก” ร้อง ผบ.ตร. ขอรื้อคดี”เขตสยาม” เจ้าของร้านคาราโอเกะ นครพนม เสียชีวิตมีเงื่อนงำ ปี58 หลังพบหลักฐานการขู่บังคับ ให้ไปขึ้นศาล –จ่อร้อง ป.ป.ช.เพิ่ม





ผู้สื่อข่าวมีรายงาน พ.ต.อ.กฤษณะพงศ์  กัญจน์ชัยกิจ   รองผู้บังคับการ กองร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (รอง ผบก.รท. สง.ก.ตร.)  ได้ยื่นหนังสือ ให้มีการตรวจสอบพฤติกรรมของ  พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษา(สบ 9) กรณีที่เคยถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ที่เคยถูกกล่าวหา เรียกรับส่วยคาราโอเกะ  ของตำรวจ ปคม. เมื่อปี 2554  


โดย   พ.ต.อ.สุรเชษฐ์   หักพาล  ตำแหน่งในขณะนั้นคือ ผู้กำกับการ 3  กองบังคับการปรามการการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้ถูกนายเขตสยาม  เนาวรังสี   เจ้าของร้านอาหาร และคาราโอเกะ  ชื่อร้านโบร์ลิ่งเบียร์คาราโอเกะ  อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม    ร้องเรียนเรื่องรับส่วย    โดยเข้าร้องเรียนต่อมา พลตำรวจเอก วิเชียร   พจน์โพธิ์ศรี  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในขณะนั้น  และพลตำรวจโท พงษ์พัฒน์  ฉายาพันธ์  ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในขณะนั้น   


จากนั้นพลตำรวจเอก วิเชียร    ได้สั่งการให้จเรตำรวจทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสืบสวนข้อเท็จจริงตามลำดับ ตามคำสั่งสืบสวนข้อเท็จจริงที่ 1/2554 ,คำสั่งเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการที่ 3/2554 ,48/2554และ 59/2554  ผลการสืบสวนข้อเท็จจริงมีมูลว่ากระทำผิดวินัย  ผิดอาญา จึงเสนอสำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริงไปยังผู้สั่งแต่งตั้งคือ พลตำรวจเอก วิเชียร  พจน์โพธิ์ศรี เพื่อพิจารณาสั่งให้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง

      


  ขณะที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง  ได้สั่งให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์  (ปคม.)  ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยแต่งตั้งคำสั่งตรวจสอบตามคำสั่ง  ปคม.ที่  206/2553  ผลการสืบสวนข้อเท็จจริงยังตรวจสอบ ยุติเรื่องบางส่วน  เพราะมีบางข้อหาเช่นกรรโชกทรัพย์  ที่ไม่สามารถเสร็จสิ้นได้ 

       


 ต่อมา พ.ต.อ.สุรเชษฐ์   หักพาล ในขณะนั้น   ได้ฟ้อง พล.ต.อ.วิเชียร   พจน์โพธิ์ศรี   กับคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำฟ้องที่ 2826/2554  ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2554   ภายหลังศาลได้ยกคำฟ้องในชั้นใต่ส่วนมูลฟ้องบางคนและเมื่อถึงชั้นอุทธรณ์ก็ได้ยกคำฟ้องทุกคน

       


 แต่สำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริงจเรตำรวจที่ 1/2554 ,คำสั่งเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการที่ 3/2554 ,48/2554และ 59/2554  และสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ปคม.ที่ 206/2553  ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  จนกระทั่งเมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2558 -พฤษภาคม 2558  ได้มีกลุ่มชายกลุ่มหนึ่งได้ไปพาตัวนายเขตสยาม  เนาวรังสี   ไปกักขังไว้ในที่พักแห่งหนึ่งและและคอยดูแลตัวนายเขตสยามฯไว้ 


  หลังจากนั้น กลุ่มชายฉกรรจ์ ได้พาตัวนายเขตสยามฯ  มาเบิกความต่อศาลอาญาในกลางเดือนมีนาคม 2558 (ปรากฏตามภาพถ่ายมีตำรวจคอยดูแลควบคุมไว้ตลอดเวลาขณะอยู่หน้าบัลลังค์ของศาลอาญา)  โดยกลับคำให้การ  โดยมีการจัดทำเอกสารรับสารภาพให้นายเขตสยาม ลงชื่อนำไปแสดงต่อศาล    ระหว่างอยู่ที่ศาลมีตำรวจคอยดูแล  ควบคุมตัวไว้ตลอดเวลา  หลังจากนั้นก็ได้ปล่อยตัวนายเขตสยาม ฯกลับบ้านไป  ต่อมาเมื่ววันที่ 26  พฤษภาคม 2558  นายเขตสยาม ฯได้เสียชีวิตลง  โดยมีพิรุธข้อสงสัยว่าเสียชีวิตได้อย่างไร  เพราะก่อนหน้านั้นมีสุขภาพแข็งแรง  หรือหากมีโรคประจำตัว  ปัจจุบันก็มียาสามารถรักษาให้หายได้ 

      



  การกระทำของกลุ่มชายที่ไปจับตัวนายเขตสยามฯ  โดยจัดที่พัก  คอยดูแล  ทั้งๆที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคดี  ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้คุ้มครองพยาน  จึงเป็นการบังคับขู่เข็ญ  หลอกลวงให้คำมั่นสัญญา หรือกระทำมิชอบด้วยประการใด เกี่ยวกับพยานบุคคล  พยานหลักฐาน  พยานหลักฐานที่เกิดขึ้นจึงไม่สามารถนำไปใช้ได้  แม้จะนำตัวนายเขตสยามฯไปเบิกความกลับคำให้การต่อศาลอาญา  ก็เป็นการชี้นำพยาน และเป็นไปเพราะอยู่ระหว่างการบังคับขู่เข็ญ    หลังจากนั้นนายเขตสยามฯได้เสียชีวิต  ก็น่าสงสัยว่าการเสียชีวิตเกิดขึ้นเพราะกลุ่มบุคคลดังกล่าว   เพราะก่อนหน้านั้นมีสุขภาพแข็งแรง  หรือหากเป็นโรค  ปัจจุบันก็มียารักษา   สามารถรักษาให้หายได้  ยังถือว่าเป็นความผิดฐาน ก่อ ให้ผู้อื่นให้การเท็จในคดีอาญาต่อศาล ป.อาญา 180 ว.2 ประกอบ 84 


ต่อมาเมื่อวันที่ 3  กันยายน 2564  พ.ต.อ. กฤษณะพงศ์   กัญจน์ชัยกิจ  รอง ผู้บังคับการกองร้องทุกข์  จึงได้ยื่นเอกสารร้องเรียนให้ ผบ.ตร. ทำการทบสวนสำนวนการสืบข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้นขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพราะพบหลักฐานการบังคับขู่เข็ญ ให้คำมั่นสัญญา  กระทำมิชอบด้วยประการใดๆ  ต่อพยานหลักฐานรายนายเขตสยาม ฯ และให้ตรวจสอบการเสียชีวิตของนายเขตสยามฯ หรือตรวจสอบว่ากลุ่มชายดังกล่าว  กระทำผิดกฎหมายใด ๆหรือเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายเขตสยามฯหรือไม่ หากเกี่ยวข้องกับการกระทำให้เสียชีวิตหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันผิดกฎหมาย ก็ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มชายดังกล่าวตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด


ทั้งนี้ พ.ต.อ. กฤษณะพงศ์    ยังเตรียมเดินหน้าร้อง ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายตำรวจระดับสูงรายนี้ ต่อไป





ขับเคลื่อนโดย Blogger.