อุทัยธานี- แปลก!!หินขนาดใหญ่โผล่ป่าเขา คล้ายรูปช้างนั่งน้อมกราบสักการะ ณ ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน ใกล้กัน พบหินขนาดสูงใหญ่คล้ายแท่งศิลา ที่ชาวบ้านต่างนับถือ ต่างศรัทรา พากันมากราบไหว้บนบานศาลกล่าว หากสมหวังก็จะนำอ้อยมากราบไหว้ ณ เขาน้อย หมู่ 2 บ้านเขาน้อย ต.เขากวางทอง อ.หนองฉาง


เมื่อเวลา 07.00.น.ของวันที่ 18.ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังเขาน้อย หมู่ 2 บ้านเขาน้อย ต.เขากวางทอง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี ได้พบกับนางณัฐชนก รักษาพันธ์ อายุ 48 ปี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้ ตนเองเกิดมาก็พบกับหินก้อนใหญ่ทั้ง 2 ก้อนนี้แล้ว ก้อนแรกชาวบ้านก็เรียกว่าช้างพลายแก้ว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับช้างนั่งกราบน้อมสักการะไปทางทิศเหนือ ส่วนหินอีกก้อนหนึ่ง ก็จะมีลักษณะใหญ่สูงคล้ายกับแท่งศิลา ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าของหินก้อนแรกที่คล้ายกับช้างพลายแก้ว ล่าสุดได้มีชาวบ้านสมัยโบราณคนเฒ่าคนแก่ ได้มาสร้างศาลเจ้าพ่อขุนด่านไว้ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างกลางหินทั้ง 2 ก้อน หลังจากนั้นมาพอถึงสมัยปัจุบัน ศาลเจ้าพ่อขุนด่านก็เริ่มทรุดโทรม ชาวบ้านจึงไปก่อตั้งศาลขึ้นมาใหม่ให้กับเจ้าพ่อขุนด่าน ทั้งนี้หินทั้ง 2 ก้อน ที่โผล่ขึ้นมาคล้ายกับรูปช้างและแท่งศิลานั้น ตั้งอยู่บนป่าเขา หรือที่เรียกกันว่า เขาน้อย ซึ่งระยะทางก็ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 200-300 เมตร และที่ผ่านมาก็มีชาวบ้านให้ความนับถือและให้ความเคารพศรัทธามาโดยตลอด บางคนก็มาขอ บนบานศาลกล่าว ขอให้สมหวังในทุกๆเรื่อง พอสมหวังก็จะนำกล้วย นำอ้อย มาถวาย ณ เขาน้อยแห่งนี้ 

นางณัฐชนก รักษาพันธ์ ยังได้เล่าอีกว่า เมื่อหลายปีก่อนได้มีชาวบ้านเคยขึ้นมาสถานที่แห่งนี้ แล้วก็ได้เล่าขานต่อกันมาว่า ที่ดินด้านล่างของแท่งศิลาจะมีลักษณะคล้ายกับมีปล่องถ้ำหรือมีถ้ำอยู่ใต้ล่างดิน และสมัยก่อนได้มีชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาแถวบริเวณนี้ ก็จะพบว่ามีลูกไฟลอยขึ้นมาแถวบริเวณนี้ โดยส่วนตัวแล้ว ตนเองเชื่อและมีความเคารพอยู่แล้ว เพราะตนเองและชาวบ้านที่อยู่แถวนี้ ก็จะทราบกันดีและให้ความศรัทธากับหินทั้ง 2 ก้อน ที่โผล่ขึ้นมาบนเขาน้อย แล้วก็ตั้งชื่อหินที่โผล่ขึ้นมาก้อนแรกว่าเจ้าช้างพลายแก้ว ส่วนหินอีกก้อนชาวบ้านก็จะมองในมุมของหินเป็นแท่งศิลา 

ทั้งนี้ตนเองก็อยากให้ประชาชน มากราบไหว้และมาชมกันได้ด้วยตาของตนเอง และทั้งหมดก็เป็นความเชื่อของส่วนบุคคล 





ภาพ-ข่าว สำเนา ทองศรี


รูปภาพธีมโดย enot-poloskun. ขับเคลื่อนโดย Blogger.