ชาวบ้าน-ไร่แสงตะวัน ยุติปัญหาแย่งน้ำเกษตรนาน20ปี


วันนี้( 6 สิงหาคม 2564) ที่ หอประชุมหมูบ้านจงเจริญ ม.12 ต.ดอนศิลา อ.เวียงชัย จ.เชียงราย นายสงัด บูรณภัทรโชติ นายอำเภอเวียงชัย ได้มอบหมายให้ นายเกษม มณีรัตน์ ปลัดอำเภอเวียงชัย เป็นตัวแทนในการเป็นประธานการการประชุมของตัวแทนชาวบ้านบ้านจอเจริญ ม.4 และบ้านจงเจริญ ม.12 กับเจ้าของไร่แสงตะวัน หลังชาวบ้านมีข้อพิพาทกับสวนส้มที่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนไปปลูกพืชเศรษฐกิจตัวอื่นแทน จากการใช้น้ำลำเหมืองร่องเกี๋ยง เพื่อทำการเกษตรและใช้ถนนในการสัญจรได้ โดยมีนายเขื่อนเพชร วงศ์เป้า  รองนายกเทศมนตรีตำบลดอนศิลา พร้อมด้วยนายนพดล ไฝ่ใจ กำนันตำบลดอนชัย นายเสกสรร สุนทรนาค หน.หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้พญาเม็งราย เจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงชัยและผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุมกว่า 50 คน

โดยในที่ประชุมนายเขื่อนเพชร วงศ์เป้า  รองนายกเทศมนตรีตำบลดอนศิลา กล่าวว่าหลังจากที่ตนเองได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ 2 หมู่ หมู่ 4 และ 12 เกี่ยวกับปัญหาข้อพิพาทกับ”ไร่ส้มแสงตะวัน” ที่มีนายปาณสิน สุขสอาด อายุ 46 ปี เป็นเจ้าของ จากการใช้น้ำลำเหมืองร่องเกี๋ยง เพื่อทำการเกษตรและใช้ถนนในการสัญจร ที่ผ่านมานั้นตนได้ทราบปัญหาเป็นระยะ ๆ และเมื่อการเลือกตั้งท้องถิ่นเสร็จสิ้นลงจึงนำเรื่องนี้มาหารือก่อนที่จะเชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องลงมาแก้ปัญหาดังกล่าวซึ่งคาราคาซังมายาวยานกว่า 20 ปี ซึ่งในที่ประชุมนายเกษม มณีรัตน์ ปลัดอำเภอเวียงชัย ได้สอบถามตัวแทนจากชาวบ้านจนได้ข้อสรุปถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่าไร่แสงตะวัน ได้ทำการปรับปรุงพื้นที่ของลำน้ำด้วยการถมที่ทำให้การไหลของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในอดีตทำให้น้ำลำน้ำเหือดแห้ง ชาวบ้านในพื้นที่รับผลประโยชน์ของพื้นที่ในตำบลดอนศิลา อ.เวียงชัยและพื้นที่อำเภอเมืองเชียงรายได้รับผลกรทบ ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีคลองชลประทานจะได้ผันน้ำจากเขื่อนแม่ต๊าก มาใช้ในการอุปโภค  บริโภครวมไปถึงการเกษตรแล้วก็ตามแต่ยังไม่เพียงพอต่อการต้องการของชาวบ้าน อีกประการทางสวนส้มได้ทำการทำประตูเหล็กและป้ายมาเขียนไว้ว่า”ห้ามผ่าน ถนนส่วนบุคคล”ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าวิ่งผ่านถนนเส้นดังกล่าวเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ในที่ประชุมจึงได้สอบถามเกี่ยวกับพื้นที่ของไร่ส้มดังกล่าวที่มีประมาณ 200 ไร่นั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนหรือไม่หรือเป็นที่สาธารณประโยน์ รวมไปถึงหารือในข้อกฎหมายต่าง ๆที่เกี่ยวข้อง การประชุมดำเนินไปนานกว่า 2 ชั่วโมงนายเกษม ปลัดอำเภอเวียงชัย จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปยังพื้นที่ปัญหาที่อยู่ท้ายหมู่บ้านเพื่อทำการตรวจสอบพื้นที่และพูดคุยกับนายปาณสิน สุขสอาด อายุ 46 ปี เป็นเจ้าของไร่ในการหาทางออกร่วมกัน

เมื่อไปถึง”ไร่แสงตะวัน”พบว่ามีประตูเหล็กที่ติดตั้งไว้บนถนนที่เกิดข้อพิพาท ที่เป็นจุดแบ่งถนนสาธารณะกับทางเข้าออกไร่แสงตะวัน เมื่อรถยนต์ของเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงบริเวณลำเหมืองร่องเกี๋ยงวภายในไร่เจ้าหน้าที่จึงเดินไปตรวจสอบพบว่ามีน้ำในลำเหมืองค่อนข้างสมบูรณ์ ใกล้กันเป็นสระขนาดใหญ่ที่มีการขยายร่องเกี๋ยงให้กว้างขึ้นเพื่อใช้ในการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง ทำให้น้ำจำนวนน้อยไหลเข้าลำเหมืองร่องเกี๋ยงส่งผลให้พื้นที่ไร่นาส่วนใหญ่ของชาวบ้านที่อยู่บริเวณปลายน้ำไม่ได้รับน้ำจนเป็นเหตุพิพาท ต่อมานายปาณสิน สุขสอาด อายุ 46 ปี เป็นเจ้าของไร่ได้ออกมาพบกับเจ้าหน้าที่ พร้อมกับมีการพูดคุยกันก่อนที่จะนำเจ้าหน้าที่ของป่าไม้ทำการรางวัดหาพิกัดที่ตั้งของไร่แสงตะวันว่ามีการรุกป่าสงวนหรือเปล่าซึ่งพบว่านายปาณสิน ได้เข้ามาครอบครองพื้นที่ในการทำการเกษตรและที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2536 จึงไม่ถือว่าบุกรุกป่า ส่วนในกรณีที่ชาวบ้านเรียกร้องในเรื่องการเปิดทางน้ำให้ลงสู่เหมืองร่องเกี๋ยงเดิม สามารถเจรจาหาข้อยุติกันได้ นายปาณสิน เจ้าของไร่แสงตะวัน พร้อม ตัวแทนชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงจัดทำบันทึกขอตกลงว่า”นายปาณสิน จะดำเนินการแก้ไขลำน้ำร่องเกี๋ยงให้คืนสู่แนวเดิมมีความกว้าง 5 เมตร ทำคันดินที่ได้ขุดแนวร่องน้ำทำเป็นถนนกว้าง 6 เมตรในพื้นที่สวนส้มที่สามารถสัญจรได้ ทั้งหมดจึงได้ลงลายมือไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป







ภาพ/ข่าว จักรภัทร แสนภูธร-รมณ ภัทรทองศักดิ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.