นนทบุรี คลิป ป้าหัวร้อนถือมีดข่มขู่คู่กรณีเพื่อนบ้านเอือมบางรายถึงกับย้ายบ้านหนี



      เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 10 สิงหาคม 64 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 9/253 ซอย 4 หมู่บ้านผลวัฒนา ตำบลคลองเกลือ อำเภอ ปากเกร็ด  จังหวัดนนทบุรี พบกับนายสมบัติ สิริรุ่งโรจน์กุล อายุ 45 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งมีปัญหา ทะเลาะกับเพื่อนบ้านติดกัน และถูกเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นคุณป้าหัวร้อน ด่าทอ กลั่นแกล้ง ต่างๆนานา ล่าสุด นายสมบัติพร้อมภรรยา รวมทั้งแม่ยาย ไปเดินห้างสรรพสินค้า ย่านแจ้งวัฒนะแห่งหนึ่ง แล้วถูกป้าหัวร้อนนายนี้ ตรงเข้ามาตบกลางห้าง นายสมบัติและครอบครัวต้องเข้าแจ้งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อให้ดำเนินคดี หลังจากนั้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ป้าหัวร้อนรายนี้ซึ่งมีบ้านติดกับบ้านนายสมบัติ ได้ถือมีดออกมาด่าทอครอบครัวนายสมบัติ โดยมีลูกสาวของป้าหัวร้อน ถือโทรศัพท์ถ่ายคลิปครอบครัวนายสมบัติและเพื่อนๆ ซึ่งยืนโต้เถียงกับป้าหัวร้อนรายนี้ ขณะเดียวกันตัวนายสมบัติเองก็ถ่ายคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่ป้าหัวร้อนตะโกนด่าทอในมือถือมีดทำครัวจะทำร้ายครอบครัวนายสมบัติ ส่วนตัวนายสมบัติเองได้นำคลิปที่ถ่ายไว้ไปโพสต์ในโลกออนไลน์ จนมีฟกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ป้าหัวร้อนรายนี้กันมากมาย

     นายสมบัติ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนอยู่ที่นี่มานานหลายปีแล้ว มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกลับบ้านติดกัน คือบ้านของป้าแดงตลอดเวลา ตนจะถูกพูดจาด่าทอเสียดสี ก่อนหน้านี้ตัวป้าแดงเองก็ทำหลังคากระเบื้องบ้านตนเองแตก เอากางเกงในมาตากหน้าบ้านแล้วสะบัดตีใส่ประตูบ้านตน ตักขี้ดิน ขี้หมาใส่หน้าบ้าน ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพไว้อย่างที่เห็น  เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านยังทำร้าย ตบตีแม่ยายของตนเองในห้างโลตัสถนนแจ้งวัฒนะ เขตสน.ทุ่งสองห้อง และได้แจ้งความไว้แล้ว  นายสมบัติ กล่าวว่า ทุกวันนี้ ตนเองก็เกรงกลัว เพราะตัวเขา เคยเป็น อสม.ยิ่งใหญ่พอสมควร ตนเอง อยากให้ต่างคนต่างอยู่อย่าได้มาราวีต่อกันกับครอบครัวตนเลย ตอนนี้อยากจะขายบ้าน และย้ายไปอยู่ที่อื่น เพราะอยู่ต่อไป ก็ไม่มีความสุข ตนและพร้อมจะพูดคุยเจรจา หากทางคู่กรณี พร้อมก็ยินดีขณะที่เพื่อนบ้านในหมู่บ้านหลายคน ต่างเอือมระอากับป้าแดง ที่ชอบระรานด่าทอชาวบ้าน แต่ชาวบ้านทุกคนต่างทราบดี บางรายถูกป้าแดงด่าอย่างเสียๆหายหาย ไปถึงครอบครัวแต่ก็ไม่กล้าต่อล้อต่อเถียง จนทุกวันนี้ เวลาป้าแดงออกจากบ้านแล้วเจอใครก็จะเที่ยวด่าคนนู้นคนนี้จนคนในหมู่บ้านไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย

     นางมณี แก้ววงษา 65 ปี ( เสื้อแดงใส่หมวก ) แม่ยายนายสมบัติ  กล่าวว่าตนซื้อของเสร็จก็เข็นรถกลับมารอลูกให้มารับ เขาก็เดินสวนแล้วตะโกนว่า "อีควายดำ" ตนก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ พอลูกเขามาเขาก็พูดว่า "มึงไปช่วยอีควายดำเข็นรถซิ" ลูกเขาก็ตอบกลับว่า "ไม่ต้องไปช่วยแม่งหรอก" แล้วก็เข็นรถไปจอดตรงนั้น ตนเห็นท่าทางไม่ดีกำลังจะเดินหนีเข้าโลตัสแต่ไม่ทัน เขาพูดกับตนว่า "มึงจะหนีไปไหน" แล้วก็มายืนจ้องตน บอกว่า "มึงมายกส้นตีนให้กู" ตนถามว่าเมื่อไหร่ เขาบอกที่ป้ายรถเมล์ ตนเลยถามกลับว่า "แล้วเธอด่าใคร" เขาตอบว่าไม่ได้เอ่ยชื่อ แล้วก็เงียบ เรื่องมันเกิดมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่ก็เจอด่ามาตลอด เจอในโรงพยาบาลก็ด่า ในห้องน้ำก็ด่า บอกจะมาตบตนที่ป้ายรถเมล์ สวนกับตนตรงไหนก็ด่าตรงนั้น บ้านอยู่รั้วติดกันแต่ไม่เคยเจอ บังเอิญไปเจอที่โลตัส กลางวันจะไปอยู่เป็นเพื่อนหลาน กลางคืนจะมาอยู่ที่นี่ ต้องแอบเข้าบ้าน ทุกวันนี้เจอก็ด่า ลูกตนก็โดน คนอื่นก็โดนแต่ไม่มีใครอยากยุ่ง ไม่รู้ว่าด่าทำไม เจอก็ด่า ถามว่ามีอะไรเป็นอะไรก็บอกไม่รู้กูไม่ฟัง ตนเคยบอกว่าถ้าทำอะไรให้เธอไม่พอใจก็ขอโทษแล้วกัน ยกมือไหว้ด้วยนะที่โลตัสว่าฉันก็ขอโทษ ไปพูดถึงลูกเคยอีก หยาบๆเลยนะ ว่าไปให้ควยเขา ตนเลยบอกว่าอยู่ดีๆเขาจะไปด่าได้ยังไง เลยบอกว่าเธอไปด่าเขาหน้าหีหน้าแตด เขาเป็นผู้ชายเขาจะทนอยู่ได้มั้ย โตแล้วเธอจะด่าอะไรต้องมีเหตุผลไม่ใช่อยู่ดีๆจะมาด่า พูดถึงพี่สาวตนอีกว่า "พี่สาวมึงมายกส้นตีนใส่กู มึงก็ไปสอนให้พี่สาวมึงมาด่ากู" ตนเลยบอกเขาโตแล้วต้องมาสอนอะไร ตนเจรจาได้ตนยอมพร้อมหยุดแต่เขาไม่ยอม 6-7 ปีแล้วที่ด่าตนมา ทนทรมาน ตรอมใจ จะเข้าบ้านอะไรทรมานมาก ต้องแอบเข้า บางทีมาเจอกันก็ด่า ตอนหลังพยายามทำใจไม่โกรธแต่เขากลับหนักกว่าเก่า มาตามล่าตามหา เดินออกมาจะให้ก้มหน้าหรือไง เขาก็ด่า "มองเหี้ยอะไรล่ะ" ลูกเขาด่า นั่งเล่นกับพี่สาวที่ต้นมะขามซอยนั้นก็ด่า กับลูกเขาตนก็ไม่เคยมีปัญหา กับแม่ก็ไม่เคยมี คนอย่างเขาไม่จบตนเลยไม่โต้ตอบ เคยคิดจะขายบ้านหนีแต่ไม่มีเงิน บอกให้ลูกกับลูกเขยใจเย็นไว้ ทำให้ได้อย่างแม่

      นางอรทัย เชยล้อมขำ อายุ 47 ปี (เสื้อน้ำตาลแมสขาว ) ซอย 4 กล่าวว่า ผิดด้วยหรอที่ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่หย่าขาดจากสามี แล้วเขาเป็นใครมาว่าเราว่าอีผัวทิ้ง อีควาย ต่อหน้าลูกสาว 2 คน เราเป็นแม่เราเจ็บปวด ลูกมาถามตนว่าแปลว่าอะไรแม่ ทำไมต้องมาหยาบคายกับตนขนาดนี้ ตนไม่เคยมีเรื่องอะไรกับเขา ไม่เคยทะเลาะอะไร แค่เดินผ่านหน้าบ้านก็ด่า ตนก็หลีกเลี่ยงไม่โต้ตอบ พูดต่อหน้าลูกตนก็เงียบไม่โต้ตอบอะไรไม่ให้เด็กเห็น ตนบอกลูกตนว่าให้อยู่บ้านเราอย่าไปผ่านหน้าบ้านเขา เด็กเล่นนั่งทานขนมอยู่หน้าบ้านเขาขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านก็ถามว่านั่งแดกอะไรกัน ตนเป็นแม่นี่จุกเลย ยืนตากเสื้อผ้าในบ้าน เดินผ่านมาก็ตะโกนด่าควาย ตนอยู่ในบ้านมีสิทธิ์อะไรมาคุกคามตนขนาดนี้ ทำร้ายจิตใจตน ตอนเช้าไปส่งลูกจอดรถไว้หน้าบ้าน บ้านเขาห่างกับตน 4-5 หลังก็ตะโกนด่าตนประจำ ตนไม่เคยโต้ตอบ เลยคิดว่าให้ผ่านไป ตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็พยายามดูแลลูกให้ดีที่สุด อดทนมาหลายปี คนในครอบครัวก็ไม่รู้เพราะตนไม่เคยเล่าให้ฟัง เพิ่งมาทราบตอนเป็นข่าว ด่าคนทั้งซอย แม่ตนก็โดน ทุกวันนี้สภาพจิตใจย่ำแย่มาก เหนื่อยหายพักผ่อนก็หาย แต่มาเจอสงครามประสาทแบบนี้ก็เหนื่อยใจ บ้านน้องเมย์อยู่กัน 2 คนแม่ลูกก็มีเรื่องแบบนี้ จนแม่เขาห่วงความปลอดภัยของลูกก็ย้ายบ้านหนี อยากแก้ไขให้ต่างคนต่างอยู่ พวกตนพร้อมที่จะสงบขอไม่ให้มายุ่งเกี่ยวหรือมาระรานด้วยวาจาแบบนี้ ตอนนี้ทนได้แต่หลังๆเริ่มทำร้ายร่างกายแล้ว เริ่มจะไม่ไหวแล้ว เริ่มไม่ปลอดภัยแล้ว เลยต้องขอเรียกร้องความเป็นธรรม

   นางประไพ เชยล้อมขำ อายุ 66 ปี ( เสื้อลายดอกแมสสีฟ้า )ซอย 4 กล่าวว่า เริ่มแรกเขาทะเลาะกันอยู่หน้าบ้าน ตนก็นั่งมอง เขาเลยตะโกนว่าให้มาดูใกล้ๆนี่ มึงอยากรู้อยากเห็นดีนัก ตั้งแต่นั้นก็มีเรื่องมา ก็ว่ากระแนะกระแหนตลอด อีควายเป้า อีหัวหงอก ว่าด่าตลอด ขับรถสวนก็ตะโกนว่า มันเสียสุขภาพจิตมั้ย เมื่อก่อนเคยตอบโต้ แต่หลังๆมันไม่ได้ประโยชน์ก็เงียบอย่างเดียว เช้าใส่บาตรก็ตามด่า แบบพอเราไม่สนใจเขาไง ฟังแล้วโมโหเลยเดินหนีอย่างเดียว เขาเจอที่ไหนก็ด่า อยู่ที่บ้านบางทีต้องเอาผ้ามากั้น เจอเขาก็ตะโกนอีควายเป้ามึงทำอะไร ก็ทักตนแบบนี้ ตนไม่ชอบทำไมต้องมาว่าแบบนี้ ทะเลาะกันแล้วก็จบ ทางนี้ไม่เคยไปว่ากระแนะกระแหนอะไร เขาไม่เกรงกลัวอะไรเลย แต่ลูกชายไม่เคยรู้ว่าตนเจอด่าอะไรเพราะไมเคยเล่าให้ฟัง แต่เขาด่าไม่เลิกเจอที่ไหนด่าที่นั่น ออกจากบ้านต้องคอยมองว่าเขาออกจากบ้านมั้ย  เสียสุขภาพจิตทุกวันนี้ นั่งหน้าบ้านก็ไม่ได้เจอเข้าเขาก็แขวะแล้ว ไม่รู้จะแก้ไขยังไง

     นางกนกนิภา พีลรุชชาติ อายุ 58 ปี ( เสื้อคลุมสีเทา ) กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเรามองว่ามันทำให้สังคมที่เราอยู่ไม่มีความสุข คนที่อยู่ใกล้จิตใจก็ต่ำทราม คำพูดจาทำให้คนรอบข้างจิตตก สุขภาพจิตเสีย อันนี้ต้องแก้ไข เพราะอันดับหนึ่งที่มนุษย์พึงต้องมี เริ่งที่เกิดขึ้นใช่เื่องของเรามั้ยมันไม่ใช่ แต่ในฐานะเพื่อนบ้านที่อยู่ซอยเดียวกันก็ต้องขอดูแลและช่วยเหลือกัน สิ่งที่ไม่ถูกต้องก็ทำให้ถูกต้อง อยู่กันเป็นที่ทาง เคยคิดให้เขามาคุยแต่คนที่เกิดปัญหาก็มาเล่าให้ฟัง เคยถามว่าทำไมไม่เรียกมาคุยกัน แต่ละคนก็บอกว่าคนๆนี้พูดกับมันไม่รู้เรื่องหรอก ต้องใช้ลูกปืนคุย ทั้งนี้ทั้งนั้นในเมื่อคนที่โดนยังไม่ได้มาขอความช่วยเหลือก็ได้แต่ถามมาตอบไป เขาไปตบคนที่อยู่ตรงข้ามและเอามีดหรือรองเท้าไปทำร้าย ช่วง 10 ปีได้มั้ง และคนในตลาดอีก ตนก็บอกให้เข้าบ้านไปซะ สุดท้ายก็ไปแจ้งความกัน กับคนที่มีปัญหาก็คุยกันดี ถ้าขอให้ตนเข้าไปช่วยเหลือพูดคุยให้ตนก็ยินดีจะไปพูดคุยให้ ถ้าพูดแล้วไม่ฟังก็ต้องช่วยระดมความคิดกันแล้ว ยินดีเป็นคนไกล่เกลี่ย จะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข สังคมเราในทุกวันนี้ต่างคนต่างอยู่ พอมีเรื่องอะไรกันชาวบ้านบ้านนั้นนี้ก็ให้มีพยานด้วยเดี๋ยวสังคมจะมองแต่ตนว่าตนเอาพวกไปรุม อันนี้คือเหตุผล มีอะไรให้ช่วยบอกเราไม่ได้ไปทำร้ายเขาเพียงแต่จะทำให้มันดีขึ้น

    ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามป้าแดงที่นอนพักผ่อนดูโทรทัศน์อยู่ในบ้าน เพื่อขอทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นปรากฎว่าป้าแดงเองได้ตะโกนออกมาว่าไม่สบาย ไม่พร้อมให้สัมภาษณ์


ภาพ/ข่าว  ฉัตรมงคล สิงห์โต







ขับเคลื่อนโดย Blogger.