ผอ.อุทยานถ้ำหลวงย้ำไม่อนุญาตให้ฤาษีบำเพ็ญบุญถ้ำหลวง


จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่14 ก.ค.64 ที่ผ่านมา ที่ศูนย์ราชการจังหวัดลำปางได้มีชายอายุประมาณ55-60ปีโกนศรีษะแต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าสีเหลืองห้อยลูกประคำอ้างว่าเป็นฤาษีองค์ทอง ชื่อว่า”ศรีอริยะเมตตาธรรม” เดินทางมาด้วยรถแท็กซี่พร้อมกับลูกศิษย์อีก4คนเพื่อขอพบนายณรงศักดิ์โอสถธนากรผวจ.ลำปางที่แต่เจ้าหน้าที่อส.ไม่อนุญาตให้ขึ้นไปและได้ประสานแจ้งทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ต่อมานายจำลักษ์   กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ จนท.สำนักพุทธศาสนาได้เดินทางมารับเรื่องแทนก่อนที่จะไปนั่งพูดคุยกันโดยชายคนดังกล่าวได้แจ้งวัตถุประสงค์มาในครั้งนี้ว่าตนเองเป็นฤาษีผู้ออกมาจากตำนานพุทธทํานาย ได้เดินทางมาจากถ้ำหลวงนางนอนที่จังหวัดเชียงราย มายังจังหวัดลำปางเพื่อจะนำสมุนไพรน้ำคาวตองบรรจุขวดจำนวน1ขวดและบรรจุแกลลอน ขนาด20ลิตร มามอบให้ นายประณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผวจ.ลำปาง ผู้ว่าหมูป่าโดยอ้างถึงสรรพคุณสามารถที่จะรักษาไม่ให้คนเป็นโรคโควิด-19 ได้และดีหายเป็นปกติดีกว่าวัคซีนและยาต่างๆที่มีอยู่ในโลกใบนี้ พร้อมกับกำชับความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ของตนว่า น้ำคาวตองของตนนี้ได้ทำการทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์มาแล้ว ผลิตภัณฑ์ของตนหากดื่มแล้วจะไปซ่อมแซมปอดร่างกายซึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวดังกล่าวนั้นเป็นนวัตกรรมของสมุนไพรไทยพร้อมได้ดื่มน้ำสมุนไพรโชว์ให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางและเจ้าหน้าที่ดูด้วยและยังบอกอีกว่าที่ผ่านมาผู้ว่าณรงค์ศักดิ์ยังสามารถช่วยเหลือเด็ก13คนออกจากถ้ำหลวงได้ในครั้งนี้จึงเป็นภารกิจที่ต่อเนื่องที่ตนเองจะต้องช่วยคนไทยและคนทั้งโลกให้หลุดพ้นโควิด-19ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ตรวจดูเอกสารแล้วพบว่ายังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาวิจัยยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสมุนไพรแต่อย่างใด

ทั้งนี้ก่อนเดินทางกลับชายที่อ้างตัวเป็นฤาษียังได้ฝากมอบพระพุทธรูปขนาดหน้าตักประมาณ10นิ้วให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางและยังได้มอบมะพร้าวน้ำหอมที่ซื้อมาจำนวน3ลูกโดยลูกแรกจะมอบให้ทางนายกรัฐมนตรีลูกที่2มอบให้กับรัฐมนตรีกลาโหมและลูกที่3มอบให้รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอแต่ไม่ได้บอกว่าการมอบมะพร้าวทั้ง3ลูกนั้นทำด้วยไนยะอะไร

ผู้สื่อข่าว Ttv Online จึงได้ประสานไปยังนายกวี ประสมพล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อสอบถามเรื่องราวของบุคคลดังกล่าว

นายกวี กล่าวว่า เมื่อราวสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีบุคคลที่อ้างว่า เป็นฤาษี ศรีอริยเมตตาธรรม มาพบเจ้าหน้าที่ของุทยานถ้ำหลวง พร้อมแจ้งถึงภาระกิจที่เคยมาฎิบัติธรรมอยู่ที่ถ้ำพระ ห่างจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน 150 เมตร  เพื่อช่วย 13 หมู่ป่าติดถ้ำ หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจนั้นก็ไม่เคยมาที่นี้อีกเลยจึงอยากจะขอเขาไปชมในถ้ำว่าเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเท่าไหร่ แต่เนื่องจากมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทางอุทยานได้ปิดให้บริการมานานนับปีแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จึงโทรมารายงานให้ตนเองทราบ ตนเองเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายและชายดังกล่าวแจ้งว่าจะเขาไปชมถ้ำเฉยๆและจะไม่สร้างความเสียหายแก่ตัวถ้ำและธรรมชาติ ตนเองจึงอนุญาตให้เข้าไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ซึ่งทางตนได้ให้เจ้าหน้าที่ถ่ายภาพบุุคลดังกล่าวไว้ ซึ่งชายดังกล่าวได้เข้าไปในถ้ำพระราว 20 นาที ก็กลับออกมาและนั่งรถแท็กซี่กลับไป จนกระทั้งมาทราบเรื่องตามเป็นข่าว และเห็นว่าชายที่อ้างเป็นฤาษีอ้างว่าเคยมาบำเพ็ญบุญในถ้ำหลวงต้องขอชี้แจ้งว่าไม่เป็นความจริงแม้กระทั่งถ้ำพระที่อยู่ใกล้กันยังไม่เคยให้ฤาษีตนใดเข้าไปทำกิจกรรมดังกล่าว และขอยืนยันว่าตนไม่เคยเห็นชายคนนี้มาก่อนแต่อย่างไร ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความชะหงนงงงวยให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก






ภาพ/ข่าว จักรภัทร แสนภูธร-รมณ ภัทรทองศักดิ์

ขับเคลื่อนโดย Blogger.