บุรีรัมย์ สั่งปิดโรงเรียน เปิดสโลแกนคาดโทษ หากเดินทางเข้ามาแล้วไม่แจ้ง



     ผู้ว่าฯบุรีรัมย์พร้อมรับมือผึ้งแตกรัง แถลงจุดยืน”ข้าวมีกิน หมอมีให้ กักตัวครบ จบด้วยวัคซีน กลับมาไม่แจ้งดำเนินคดีมีโทษสูงสุด”หลังจากจับกุมและดำเนินคดีชายอายุ 41 ปีเดินทางเข้าบุรีรัมย์ แล้วไม่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่เพื่อทำการกักตัว ทำให้ต้องปิดโรงเรียนถึง 5 โรงเรียน


     วันที่ 1 ก.ค.2564 ที่ห้องแถลงข่าวสนามแข่งรถช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อม พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ 

ร่วมกันแถลงแนวทางการดำเนินการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หลังแรงงานจากแคมป์ก่อสร้างทะลักออกจากกรุงเทพฯซึ่งจะต้องเดินทางไปบ้านเกิดต่างจังหวัด

การแถลงได้ระบุถึงกรณีที่ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ เอาผิดกับชายอายุ 41 ปี ชาว ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานเดินทางมาจากพื้นที่สีแดงเข้ม แต่ไม่ยอมรายงานตัวกับ อสม.หรือ ผู้ใหญ่บ้าน และไม่ยอมกักตัวตามประกาศของคณะกรรมการโรคติดต่อ


การจับกุมดังกล่าว คณะกรรมการโรคติดต่อได้รับรายงาน จากโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่าชายอายุ 41 ปี ซึ่งเป็นชาว ต.บ้านบัว มีอาการป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ 


ทำให้เกิดปัญหา Super Spreader มีผู้เสียงสูง 9 ราย โดยเฉพาะลูกที่อยู่ใกล้ชิดกับพ่อ แล้วนั่งรถรับส่งนักเรียน ซึ่งภายในรถมีนักเรียนหลายโรงเรียนอยู่รวมกัน จึงจำเป็นต้องมีการปิดโรงเรียนถึง 5 โรงเรียน 


ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จังหวัดบุรีรัมย์ ยังเปิดให้ทุกคนเดินทางเข้ามาได้ แต่ขอให้ยึดถือกติกาของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีสโลแกนว่า” ”ข้าวมีกิน หมอมีให้ กักตัวครบ จบด้วยวัคซีน กลับมาไม่แจ้งดำเนินคดีมีโทษสูงสุด”หากใครฝ่าฝืนก็จะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด


สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนเข้าจังมาจังหวัดแล้วไม่ยอมกักตัว ตามประกาศข้อ 8/1 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 วัน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 368 


ธีรยุทธ์ ชำนาญกอง  จ.บุรีรัมย์  รายงาน







ขับเคลื่อนโดย Blogger.