Header Ads

 


 เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคลงพื้นที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์สร้างความเชื่อมั่นใจแก่ผู้บริโภค กระตุ้นตลาดทุเรียนลับแลจำหน่ายผลผลิตที่มีคุณภาพ



วันที่ 24 มิถุนายน 2564

ที่จังหวัดอุตรดิตถ์  นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทพิพันธ์  เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. พร้อมด้วย นายพิภัช ประจันเขตต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ และคณะ  ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพทุเรียน อำเภอลับแลพร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการค้าทุเรียน  มุ่งเน้นการส่งออกโดยเฉพาะตลาดใหญที่สำคัญคือประเทศจีน เพื่อป้องกันการคัดเกรดและคุณภาพของทุเรียนที่มีคุณภาพณ.  รวมถึงร้านค้าปลีกที่จำหน่ายภายในจังหวัดด้วย  เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อทุเรียนที่มีคุณภาพ   โดยสืบเนื่องจากในช่วงนี้เป็นฤดูที่มีปริมาณทุเรียนออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก บางทีเกษตรกรชาวสวนทุเรียนเองเร่งตัดทุเรียนอ่อนออกจำหน่าย  ทุเรียนอ่อนยังไม่มีคุณภาพที่ต้องการ  เพื่อหวังผลกำไรระยะสั้น   โดยไม่คำนึงถึงอายุที่เหมาะสม    ประกอบกับมีพ่อค้ามารับชื้อทุเรียนเพื่อการส่งออกไปหลายประเทศ โดยเฉพาะที่ประเทศจีนทุเรียนจากประเทศไทยเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างมาก  หากเกษตรกรชาวสวนตัดทุเรียนอ่อนและส่งออกจำหน่าย อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือจนอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจในประเทศได้ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและเศรษฐกิจโดยรวม สคบ.จึงได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รณรงค์และส่งเสริมให้คำแนะนำทั้งเกษตรกรชาวสวน  ผู้ประกอบการ  รวมทั้งเป็นการกำชับให้ผู้ประกอบการที่จำหน่าย ทุเรียน ให้นำทุเรียนที่มีคุณภาพมาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค 

นายธสสรณ์อัฑฒ์ ธนิทพิพันธ์  เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค  กล่าวว่าในเบื้องต้นผู้บริโภคให้เลือกซื้อทุเรียน  ควรพิจารณาจากผิวที่ออกสีทองขี่วแข็งใหญ่ตัดไม่ค่อยเข้ามีร่องหนามห่างขนาดขยายออกเต็มที่เมื่อเคาะแล้วมีเสียงจะโปร่งเนื่องจากมีเนื้อช่องว่างของอากาศระหว่างเนื้อและเปลือกทั้งนี หากผู้บริโภคพบเห็นการจำหน่ายทุเรียนที่ไม่มีคุณภาพสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ที่ สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือศูนย์ดำรงธรรมแต่ละจังหวัด สำหรับผู้ประกอบการมี มีการจำหน่ายทุเรียนที่ได้คุณภาพอาจมีโทษความผิดฐานหลอกลวงขายสินค้าตามมาตรา 271 แห่งประมวลกฎหมายอาญาต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี  หรือปรับไม่เกินหกพันบาท  หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับคุณภาพของสินค้า ตามมาตรา 47 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ 2522 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกิน หนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ



นาคา คะเลิศรัมย์(ผู้สื่อข่าว)






ขับเคลื่อนโดย Blogger.