ผู้บริหารโรงเรียนพรรณีขอความเห็นใจสังคมไม่ได้ปัดความรับผิดชอบกรณีปิดประตูหนีบมือเด็กขาด


จากกรณีมีที่ผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อว่า Nanny Khunnapat Techa  ได้โพสต์เรื่องราวของหลาน ที่ถูกประตูหนีบที่บริเวณนิ้วมือจนทำให้นิ้วขาด โดยเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น ต่อมาในวันที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 12.00 น.นางพิมญาดา รุซโซ่ว์ อายุ 37 ปี ชาว อ.เมืองเชียงราย ซึ่งเป็นผู้ปกครองของน้องเอเค อายุ 3 ปี  ได้นำหลักฐานเป็นภาพถ่ายและใบรับรองแพทย์เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.อิทธิพล ฉลาดธัญญกิจ รอง.สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารของโรงเรียนอนุบาลพรรณี จนเป็นข่าวตามสื่อแขนงต่างๆ ถึงความไม่รับผิดชอบของโรงเรียนดังกล่าว

ล่าสุดวันนี้ 30 ก.ย. 63 ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนอนุบาลพรรณี จ.เชียงราย  ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ  เพื่อไปสอบถามข้อเท็จจริงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยได้พบกับ นางพรรณี เวียงโอสถ ผอ.โรงเรียนอนุบาลพรรณี โดยนางพรรณี กล่าวว่า "ปล่อยภาพแลพเสียงสัมภาษณ์ อ.พรรณี ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาลพรรณี ด้วยครับ" จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 28 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา เกิดจากความประมาทของคุณครูผู้สอนของโรงเรียนเรา ทางโรงเรียนรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก เราได้แสดงความรับผิดชอบ 2 กรณีด้วยกัน ได้แก่การดูแลรักษาพยาบาลน้องเอเคตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุประตูหนีบนิ้วมือขาด โดยส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ศรีบุรินทร์ ซึ่งโรงเรียนพรรณีไม่เคยละทิ้งจัดคุณครูไปส่งน้องเอเคเพื่อไปพบแพทย์ในการรักษาทุกครั้งต่อเนื่องจนพบว่าปัจจุบันบาดแผลเกือบหายสนิท แต่นิ้วที่ถูกประตูหนีบนั้นขาดหายไปประมาณ 3 มิลลิเมตร โดยในเบื้องต้นได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริง 48,681 บาท ทางโรงเรียนดูแลมาตลอด เรายอมรับในความผิดที่เกิดขึ้นของความประมาทของคุณครูผู้สอน ว่าเป็นความบกพร่อง  ทางโรงเรียนได้มีมาตรการในการลงโทษให้คุณครูท่านนั้นย้ายแผนกไม่ให้สอนในระดับเนสเซอรี่ และได้ให้คุณครูบันทึกความผิดออกค่าใช้จ่ายในการเรียกร้องของผู้ปกครองน้องเอเคด้วย จากปัญหาที่ออกสื่อไปนั้นของผู้ปกครองตามที่เป็นข่าวเกิดจากการที่โรงเรียนกับผู้ปกครองของน้องแค ได้พูดคุยกันในวันที่ 25 กันยายน 2563 ในกรณีข้อตกลงค่าชดเชยที่ผู้ปกครองเรียกร้องมาเป็นเงิน 400,000 บาท ทางโรงเรียนต่อรองที่ 100,000 บาท แต่ก็หาข้อยุติไม่ได้ ทางโรงเรียนจึงนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารของโรงเรียนในเรื่องค่าชดเชยและให้ผู้ปกครองไปทบทวนพิจารณาตัวเลขค่าเสียหายอีกครั้งและนัดคุยกันอีกครั้งในเวลา 12.00 น.ของวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา โดยในวันที่ 30 กันยายน ทางโรงเรียนได้ประชุมคณะกรรมการพิจารณาขออนุมัติค่าชดเชยความเสียหาย  แต่ก่อนหน้านั้นได้ปรากฎคลิปออกสื่อถึงเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การประชุมจึงยืดเยื้อไปประมาณเที่ยงกว่าๆ เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นลงได้ข้อยุติเพิ่มค่าช่วยเหลือเป็น 200,000 บาท ตนเองได้ดูไลน์และโทรศัพท์ไปหาคุณแม่ของน้องเอเคถึง 3 ครั้ง ผู้ปกครองน้องเอเคไม่รับสาย ตนเองจึงส่งข้อความไปในไลน์ตามหลักฐานที่นำมาแสดง ทางโรงเรียนจึงอยากให้สังคมเห็นใจทางโรงเรียนด้วยเพราะโรงเรียนได้รับผิดชอบตั้งแต่แรกมาตลอดแต่อาจจะติดขัดในเรื่องค่าชดเชยที่ไม่สามารถตกลงกันได้เนื่องจากโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนขนาดเล็กและขาดด้วยงบประมาณ ทางโรงเรียนของเราพร้อมจะดูแลและรับผิดชอบภายใต้ความเหมาะสมบนความพึ่งพอใจทั้งสองฝ่าย

รายงานข่าวแจ้งว่า เงิน 400,000 บาทที่นางพิมญาดา  ผู้ปกครองน้องเอเค เรียกร้องจากโรงเรียนไปนั้นเพื่อเป็นค่าทำศัลยกรรมตบแต่งนิ้วที่ขาดให้กับน้องเอเค ในอนาคตรวมถึงค่าเสียเวลา แต่ถูกต่อรองเหลือ 100,000 บาท ตนรับไม่ได้เพราะเงินเพียงเท่านี้ไม่สามารถทำอะไรได้ ซึ่งทางโรงเรียนก็ขอเวลาเพื่อประชุมหารือและเมื่อถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 ที่นัดหมายกันไว้ก็ไม่ได้รับการติดต่อจากทางโรงเรียนจึงมีการแจ้งความดำเนินคดีดังกล่าว 




จักรภัทร แสนภูธร รายงาน / รมณ ภัทรทองศักดิ์ ถ่ายภาพ        

ขับเคลื่อนโดย Blogger.