ชลบุรี - กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้าส่งเสริมการคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ไทยแนะใช้ระบบ PCT จดสิทธิบัตรในต่างประเทศง่ายกว่าที่คิด


เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2563 นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา “จดสิทธิบัตร PCT ง่ายกว่าที่คิด - PCT Easy to do” ณ โรงแรมโนโวเทล ศรีราชา แอนด์ เกาะสีชัง มารีน่า เบย์ จังหวัดชลบุรี กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้โครงการเสริมสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ด้านจดทะเบียนสิทธิบัตรระหว่างประเทศ (PCT) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า ตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ประเทศไทยสามารถยกระดับเป็นเจ้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ก้าวทันโลก และทุกภาคส่วนได้รับการพัฒนายกระดับไปสู่การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ

นายทศพล กล่าวว่า “ในวันนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีโอกาสเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวิธีการ จดทะเบียนสิทธิบัตรระหว่างประเทศ ผ่านระบบ PCT หรือระบบความร่วมมือด้านสิทธิบัตร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนไทยที่ได้ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมต่างๆ ซึ่งแต่เดิมเวลาจะขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรที่ประเทศไหน ผู้ยื่นจะต้อง จ้างทนายเพื่อยื่นจดทะเบียนที่ประเทศนั้น แต่ปัจจุบันสามารถยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรระหว่างประเทศโดยผ่านระบบของกรมทรัพย์สินทางปัญญา และขอรับความคุ้มครองจากประเทศซึ่งอยู่ในสมาชิกภาคี PCT 153 ประเทศที่ต้องการได้แล้ว ช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ยื่นได้เป็นอย่างมาก โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย
นักประดิษฐ์ ผู้ประกอบการ บุคลากรของสถานศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน”

นายทศพล กล่าวเพิ่มเติมว่า “งานสัมมนา “จดสิทธิบัตร PCT ง่ายกว่าที่คิด - PCT Easy to do” จัดขึ้นในวันที่ 28 – 29 สิงหาคม นี้  โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมบรรยายเชิงวิชาการและอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อต่างๆ อาทิ กฎหมายสิทธิบัตร ขั้นตอนการยื่นคำขอสิทธิบัตรระหว่างประเทศ การจัดเตรียมร่างคำขอ พร้อมรับฟังประสบการณ์ในการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรผ่านระบบ PCT
เป็นต้น กิจกรรมดังกล่าวเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ พัฒนาศักยภาพทางการค้า นำผลงานเข้าสู่ระบบการคุ้มครองสิทธิบัตรทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น และส่งผลให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ต่อไป”

ภาพ/ข่าว  ยืนยงค์ ยินดีทรง  รายงาน








ขับเคลื่อนโดย Blogger.