ราชบุรี - ส.ส.กุลวลี ติดตามช่วยเหลืออาคารเรียนเกิดแตกร้าวทรุดตัว

จากกรณีเมื่อวันที่ 24 ก.ย.62 เสาอาคารเรียนหลังเก่าที่สร้างมาแล้วกว่า 29 ปี ของโรงเรียนเทศบาลตำบลหลักเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี เกิดแตกทรุดตัว และฝ้าเพดานโรงอาหารเกิดพังลงมา หลังเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จ.ราชบุรี ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. และมีผลทำให้น้ำท่วมขังฉับพลันบ้านเรือนประชาชนในหลายพื้นที่ จ.ราชบุรี จนได้รับความเสียหายหลายพื้นที่ ซึ่งทาง น.ส.กุลวลี นพอมร ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พปชร. พร้อมนายธรรมศักดิ์ ฤทธิ์แดง นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.หลักเมือง และเจ้าหน้าที่จากกรมโยธา จ.ราชบุรี ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมเข้าตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้น โดยภายหลังจากการตรวจสอบจาก กรมโยธาธิการ จ.ราชบุรี ได้ระบุบว่า อาคารเรียนหลังดังกล่าว เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยต่อการเกิดการถล่มลงมา พร้อมให้ทางโรงเรียนย้ายเด็กนร.มาเรียนอาคารหลังอื่นแทน ทำให้เด็กนร.เกิดการแออัด

    ล่าสุดวันนี้(10 ส.ค.) น.ส.กุลวลี นพอมร ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พปชร. พร้อมนายธรรมศักดิ์ ฤทธิ์แดง นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.หลักเมือง ได้ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบโรงเรียนเทศบาล ต.หลักเมืองอีกครั้ง พร้อมรับเรื่องร้องทุกข์จากคณะผู้ปกครองและครูอาจารย์โรงเรียนดังกล่าว หลังจากที่น.ส.กุลวลี ได้นำเรื่องดังกล่าวเสนอผ่านการประชุมสภาผู้แทนราษฏรไปแล้วเมื่อวันที่  19 ก.พ.63 ในการเสนอของบประมาณสร้างอาคารหลังใหม่ให้ทางโรงเรียนเทศบาล ต.หลักเมือง

    น.ส.กุลวลี นพอมร ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พปชร. กล่าวว่า หลังจากการมาตรวจสอบในวันนี้ ทางโรงเรียนแค่เอาสีมาทาทับรอยร้าวของอาคารไว้ ซึ่งจากการตรวจสอบเมื่อปีที่แล้ว เวลาหน้าฝนน้ำจะเซาะพื้นดินใต้ล่างอาคารจนทำให้อาคารทรุดตัว และโครงสร้างพร้อมที่จะพังลง ซึ่งได้มีประสานงานกับทางโยธาและผังเมืองของจ.ราชบุรี โดยให้ช่างมาสำรวจโครงสร้างว่ามีความแข็งแรงแค่ไหน และได้รับคำตอบว่า ค่อนข้างจะอันตราย ทำให้ทางโรงเรียนต้องย้ายเด็กยนักเรียนไปเรียนอาคารอื่น ส่วนอาคารนี้จะมีใช้เพียงห้องเดียว คือห้องที่ร้าวซึ่งเป็นห้องของผอ.โรงเรียน และคณะครูแค่นั้น ซึ่งถ้าเกิดมีการพังถล่มลงมา อาจเป็นเหตุสลดใจก็เป็นได้ เพราะโครงสร้างภายในยังเป็นอันตรายอยู่ หลังได้รับการตรวจสอบจากโยธาและผังเมือง จ.ราชบุรี วันนี้ตนจึงก็ขอเป็นสื่อกลางรับเรื่องร้องทุกข์ และเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทย ในการหาแนวทางการช่วยเหลือการจัดสรรงบประมาณ ก่อสร้างอาคารหลังใหม่ให้กับเด็กนักเรียน ได้ทางใดบ้าง

    "ถึงแม้ว่าอาคารนี้จะไม่มีเด็กเข้าเรียนแล้ว แต่รอบบริเวณอาคารยังอยู่ใกล้กับอาคารเรียนที่เด็กย้ายไปเรียน ซึ่งถ้าเกิดเหตุอาคารถล่มลงมา อาจทำให้เด็กนักเรียนได้รับอันตรายได้จนเกิดเป็นเหตุสลดใจได้ ซึ่งที่ผ่านมาตนได้รับเรื่องจากทางคณะผู้ปกครองถึงปัญหานี้มากมาย จึงทำให้ตนเป็นห่วง จึงได้เดินทางมาติดตามคืบหน้าพร้อมรับเรื่องร้องทุกข์จากคณะผู้ปกครองและคณะครู เป็นสื่อกลางเข้าไปติดตามถึงโครงการอาคารหลังใหม่ ซึ่งวันนี้ตนยังได้เข้าไปดูพื้นที่ ที่เตรียมไว้ก่อสร้างอาคารหลังใหม่ซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชนมอบให้กับทางโรงเรียนอีกด้วย" น.ส.กุลวลี นพอมร ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พปชร. กล่าว

สุจินต์ นฤภัย(เต้) จ.ราชบุรี 




 

ขับเคลื่อนโดย Blogger.