สาวลาวดวงกุด ไฟฟ้าช็อต หยิบ ปลั๊กไฟชาร์จมือถือ

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่  26 พฤษภาคม 2563 ร.ต.ท.พีรวิศ ล้วนสละ รองสารวัตรสอบสวน สภ.คูคต ได้รับแจ้งว่ามีผู้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดเสียชีวิต ที่บ้านเลข 35 ม.6 ซอยบัวคล้าย ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี หลังรับแจ้งได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์นิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลภูมิพล และอาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ้งจุดกู้ภัยคูคต
    ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้าน 2 ชั้น ที่บริเวณชั้นล่างมีห้องนอน พบผู้เสียชีวิตหญิง 1 ราย ชื่อ นางสาวLAE KHONGMY อายุ  19 ปี ชาว สปป.ลาว สภาพนอนหงาย มือผู้ตายกำปลั๊กไฟความยาว 2 เมตรวางไว้ที่หน้าอก ที่บริเวณต้นขาขวามีมือถือที่เสียบกับสายชาร์จทิ้งไว้ ใกล้เคียงผู้ตายมีกองเสื้อผ้าวางไว้บนกระเป๋าใบใหญ่


    จากการสอบถาม นางสาวภูวัน พิมทอง เพื่อนผู้ตาย ชาว สปป.ลาว กล่าวว่า เป็นเพื่อนกันทำงานร้านอาหาร พักอยู่ห้องใกล้ แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทำงานเนื่องจากโควิด-19 อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่มีอะไรทำจึงไปเรียกผู้ตายที่ห้องแต่ไม่ตอบตั้งแต่ช่วงเที่ยง จนเย็นก็ไม่ออกมาจากห้อง เจ้าของบ้านบอกว่าให้พังประตูเข้าไปเนื่องจากเรียกไม่ค่อยได้ยิน พอพังประตูเข้ามา ก็เจอสภาพผู้ตายสภาพนอนหงายคิดว่าเขาคงไฟช็อตเลยไปถอดปลั๊กออก ก็วิ่งไปบอกเจ้าของบ้านให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตรวจสอบ
   ส่วน นางสาวPIEO PHOMMASING อายุ 32 ปี  พี่สาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ขณะที่ตนเองทำงานอยู่มีเพื่อนที่พักอยู่ด้วยกัน โทรมาบอกว่าน้องสาวเสียชีวิตแล้วนะ จึงรีบกลับมาดู ที่ผ่านมาเคยเตือนน้องสาวว่าปลั๊กที่มันเสียมันพังอย่าเอาไปใช้นะ ก่อนที่น้องสาวจะถูกไฟช็อต ตัวเองมีลางสังหรณ์เมื่อคืนน้องสาวมากอด  มาบอกว่ารัก รักนะตัวเอง ก็บอกว่า ก็รักกันอยู่ทุกวัน  คล้ายกับว่าเหมือนบอกลา และได้กอดเอว กอดจนผิดปกติเพราะปกติไม่ค่อยทำแบบนี้ นอกจากนี้น้องสาวยังได้เตรียมตัวอยากจะกลับบ้านที่ สปป.ลาวแต่มาเสียชีวิตเสียก่อน


     ด้าน ร.ต.ท.พีรวิศ ล้วนสละ รองสารวัตรสอบสวน สภ.คูคต รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุและบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน  นอกจากนี้ก็จะได้เชิญญาติผู้ใกล้ชิดไปให้ปากคำเพี่มเติมที่ สภ.คูคต เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายหยิบปลั๊กไฟจะชาร์จมือถือแต่ถูกไฟช็อตเสียก่อน จากนั้นได้มอบหมายให้มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาล เพื่อตรวจสอบการเสียชีวิตอีกครั้ง ก่อนประสานญาติเพื่อนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป


ภาพ/ข่าว อภิรัฐ กุนกันไชย
ขับเคลื่อนโดย Blogger.