ศรีสะเกษ-ปิด จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำเพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ


          วันที่ 22 มีนาคม 2563 บริเวณพื้นที่บัฟเฟ่อร์โซนจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นำคณะพบ นายแปน โกศ็อล ผุ้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัยประเทศกัมพูชา พร้อมด้วยอรรถพล อรรคบุตร นายอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ นายฮอร์จิน วีระยุทธ นายอำเภออัลลองเวง ประเทศกัมพูชา พลตรีโต๊จ รา รองเสนาธิการทหารภูมิภาคที่ 4  นายทหารประสานชายแดนกัมพูชา- ไทย  พันเอกบุญเสริม บุญบำรุง  หน่วยประสานงานชายแดนพื้นที่ 1 นายทหารประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา พลตำรวจตรีสันติ  เหล่าประทาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ  พันเอกจิรัฎ์  ช่วงฉ่ำ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 3  นายอัฑฒ์สุภัค ฉกรรจ์ศิลป์ หัวหน้าควบคุมโรค แพทย์ตรวจคนเข้าเมือง ประจำด่านช่องสะงำ พันตำรวจโทปรีชา  ประดิษฐ์ศิลป์ สารวัตรตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับเจ้าหน้าที่หัวหน้าส่วนราชการฝ่ายไทย-ฝ่ายกัมพูชา เพื่อการหารือในสถานการณ์โรคไข้โควิด-19  ที่กำลังแพร่ระบาดในขณะนี้  แม้ว่าจังหวัดศรีสะเกษยังไม่มีผู้ที่ติดเชื้อ เพื่อความปลอดภัยของคนทั้ง2ประเทศ ได้มีข้อสรุปเห็นร่วมกัน กำหนด ปิดด่านชายแดนถาวรช่องสะงำ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ จังหวัดศรีสะเกษ ได้สั่งปิดตลาดนัดชายแดนไทย-กัมพูชา คือตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำไปแล้ว โดยมีกำหนดการสั่งปิดจุดผ่านแดนช่องสะงำ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป
        นายวัฒนา พุฒิชาติ ให้สัมภาษณ์ ว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค-19 จึงได้หารือกันกับฝ่ายความมั่นคง ในการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน เห็นว่ามีความจะเป็นที่จะต้องระงับการเข้า-ออกจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ เป็นการชั่วคราว ในขณะนี้เรากับประเทศกัมพูชา เป็นประเทศเพื่อนบ้านกัน วันนี้ก็ได้เดินทางมาพบท่านผู้ว่าฯ จังหวัดอุดรมีชัย เรามีเหตุความจำเป็นในการระงับการเดินทางของประชาชน เข้า-ออกชั่วคราวในระยะเวลาหนึ่ง  ซึ่งในวันนี้จากการพูดคุยกันทั้งสองฝ่ายก็เห็นความจำเป็นในการที่จะระงับการเข้า-ออก ชั่วคราว โดยมีกำหนดการสั่งปิดจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป โดยยังไม่มีกำหนดที่จะเปิดแน่นอน แต่ยังอนุญาติให้สินค้าผ่านเข้าออกได้ พร้อมรถขนส่ง ที่มีคนขับผ่านได้เพียง 2 คนต่อคัน ในขณะเดียวกัน ผู้ว่าฯจังหวัดอุดรมีชัย ยังได้ขอความร่วมมือในด้านการแพทย์ หากมีผู้ป่วยโรคอื่นที่รุนแรง ขอไทยอนุญาตให้ผ่านไปรับการรักษาที่ฝั่งไทยได้ด้วย แต่หากเป็นไข้หวัด และสงสัยติดโควิด-19 จะไม่อนุญาตให้ผ่านพรมแดนเข้ามาในไทยโดยเด็ดขาด




///
ทีมข่าวชายแดน ถ่ายภาพ/ วสันต์ ดอกไม้รายงาน...
ขับเคลื่อนโดย Blogger.